วันอังคาร, กันยายน 23, 2008

“สมศักดิ์”จวก“มติชน”สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่”ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่


“สมศักดิ์”จวกบทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน”มั่วกล่าวหาการเมืองใหม่ล้มตั้งแต่ไม่ตั้งไข่ แถมป้ายสีละทิ้งมวลชน ซ้ำยกคำ“สมัคร”ทาสเผด็จการมาด่า ยันพันธมิตรฯ ชุมนุม 100 กว่าทำสำเร็จกว่า 40 เรื่อง โดยมีมวลชนเข้าร่วมมหาศาล หากทิ้งมวลชนคงเหลือแค่ 5 แกนนำอย่างโดดเดี่ยว ติง“ขรรชัย บุนปาน”มอบกระเช้าประจบ“สมชาย”จะเป็นสื่อของมวลชนได้อย่างไร

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย

วานนี้ (23 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า การก่อตัวของพี่น้องประชาชนที่ลุกขึ้นมาปฏิรูปการเมืองการปกครองไทยทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออนุชนรุ่นหลัง ฉะนั้นใครจะมาบอกว่าการเมืองใหม่เป็นไปไม่ได้ คนนั้นกำลังกล่าวความเท็จ เนื่องจากประวัติศาสตร์เพิ่งผ่านพ้นไปได้เพียงไม่กี่วัน ที่รัฐบาลเผด็จการในระบอบทักษิณเสียง 377 เสียงจาก 500 เสียง ฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ หรือที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนีขนาดนั้น

"คนมีเงินเอาเงินไปซื้ออำนาจมาเป็นรัฐบาล เสียงมากมายครอบคลุมหมดทั้งทหารตำรวจมาเป็นพรรคพวกตัวเองทั้งนั้น แต่ไม่อาจต้านพลังแห่งคุณธรรมของพันธมิตรฯได้ จึงต้องถอยร่นแตกแบบไม่เป็นกระบวน และตอนนี้คดีต่างๆ กำลังจะถูกพิจารณา อย่างวันที่ 21 ต.ค.คดีของทักษิณจะถูกพิพากษาเป้นคดีแรก ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นเราก็จะอยู่สู้ต่อไป เพื่อต่อสู้ยึดทรัพย์ที่โกงไปกลับมาเป็นของแผ่นดิน ถ้าหนีได้หนีไป"นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า นี่คือการเมืองใหม่ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกนี้ นี่คือความเจริญก้าวหน้าของปวงชนชาวไทยทุกคนที่มีส่วนร่วม เกิดปรากฎการณ์ช่วยเหลือกันอย่างกว้างใหญ่ไพศาล บริจาคทั้งทรัพย์สินต่อสู้จำนวนนับแสนล้าน นี่คือการเมืองใหม่โดยประชาชนเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

"ถ้าพวกเราไม่เคารพ ไม่เชื่อใจ ไม่รับฟังพี่น้องประชาชนก็จะไม่มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มากมายที่สุดในประวัติศาสตร์ มีคนมาชุมนุมยาวนานและมากที่สุด มากกว่า 14 ตุลา มากกว่าพฤษภาทมิฬ ที่กล้าพูดเพราะเคยอยู่มาทุกเหตุการณ์ และไม่เคยเอียงอยู่ฝ่ายเผด็จการไม่ว่าครั้งใดทั้งสิ้น"นายสมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ จึงอยากให้พี่น้องมั่นใจ เชื่อใจว่าในสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตลอด อย่าไปวิตกกังวลเมื่ออันธพาลเป็นรัฐบาลที่มาคอยกล่าวหา รังแก เพราะความจริงก็คือความจริง อย่าวิตกและไปทุกข์ร้อนกับมัน รัฐบาลคือกบฏที่ละเมิดรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มากล่าวหาเรา ซึ่งจะไปกลัวทำไมในเมื่อไม่เป็นความจริง จึงอยากให้พี่น้องเชื่อมั่น และไม่ต้องหวังพึ่งใครให้พึ่งพลังของเรา สามัคคีกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวชัยชนะจะต้องปรากฏอย่างแน่นอน

"ชัยชนะมีได้ 2 อย่าง คือ 1. สิ่งที่ทำนั้นจะต้องถูกต้องเป็นธรรมและบริสุทธิ์ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง 2. จะต้องร่วมมือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีกฎเกณฑ์สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีคือพลังและธรรมะต้องชนะอธรรม เมื่อมีพลังและธรรมะก็จะต้องชนะอธรรมอย่างแน่นอน อย่าสับสนและสงสัยว่าจะแพ้หรือชนะ เพราะทุกครั้งที่ต่อสู้ไม่เคยพบกับคำว่าแพ้"นายสมศักดิ์กล่าว

หลังจากนั้นนายสมศักดิ์ได้ตอบโต้หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 23 ก.ย.หน้า 11 ที่ได้วิเคราะห์การเมืองโดยตั้งหัวข้อว่า “หักดิบการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่” โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเราเคารพสื่อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์มาเราเคารพ แต่อย่างนี้เหมือนดูถูกว่า การเมืองใหม่ล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ โดยที่ทำมานั้นตนเคยบอกแล้วว่ามีความสำเร็จทั้งรายเล็กรายย่อยกว่า 40 ประเด็น แล้วความสำเร็จที่ผ่านมานั้นจะมาหาว่าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ได้อย่างไร ความจริงเราไข่นานแล้ว ตนนั้นชอบวิชาปรัชญาเพราะว่าด้วยเรื่องเหตุและผล เมื่อเรานำวิชานี้ไปจับกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์จะจับคนเท็จได้ตลอด รวมถึงคนโกหก ลำเอียง มีมายาได้ทันที

โดยในบทความนี้ มีการวิพาษ์วิจารณ์ถึงสูตร 70 ต่อ 30 หาว่าเป็นสูตรโควตาอ้อย ทั้งที่พวกเราเคยชี้แจงตลอดว่าเป็นความเห็นของแกนนำบางคนหรือผู้ประสานงานที่เสนอ เพื่อให้เกิดประเด็นถกเถียงกัน ให้เกิดการมีส่วนร่วม เป็นกลยุทธ์ ซึ่งถ้าไม่โยนอะไรออกมาคนก็ไม่เถียง อันนี้เช่นกันเป็นการโยนขึ้นไปเพื่อระดมความเห็นเข้ามา เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายเกิดมาจากสิ่งเล็กเสมอ เห็นได้จากพระพุทธเจ้าเริ่มมาจากองค์เดียว ความคิดที่ฉลาดอย่างกาลิเลโอก็คิดมาจากคนเดียว แต่หลังจากคิดแล้วก็ได้ปล่อยให้หลายคนพิสูจน์ความจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ เมื่อข้อสรุปที่เป็นจริงเกิดขึ้นก็จะเกิดการยอมรับกับคนทั่วไป

"นักปรัชญามักเริ่มต้นแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น อันนี้เช่นเดียวกันเริ่มต้นด้วย 70:30 แต่กลับมาบอกว่าเป็นละทิ้งมวลชน แล้วที่พี่น้องมารวมตัวด้วยความสมัครใจเป็นจำนวนมากแบบนี้จะละทิ้งมวลชนตรงไหน เราขาดเหลืออะไรก็ช่วยกันบริจาคมาให้ ถ้าละทิ้งมวลชนคงเหลือแค่ 5 แกนนำ และนี่คือความจริงชัดๆ เป็นความจริงที่ปรากฏ เห็นรูปเห็นภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องโต้แย้งให้เห็นว่ามันไม่ใช่"นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนดีใจที่ได้มาอยู่ท่ามกลางพี่น้องที่มีแต่น้ำใจ เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามาขับไล่รัฐบาลชั่วอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทความได้มีการบอกต่อว่าพันธมิตรเป็นอันธพาลการเมืองเหมือนกับที่สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวหาเรา คนเขียนบทความนี้เหมือนจะโง่ ซึ่งความจริงนายสมัครนั้นอยู่ฝ่ายเผด็จการมาตลอดตั้งแต่ สมัย 6 ตุลาก็เป็นคนปลุกระดมให้นักศึกษาเข่นฆ่ากันตาย 43 คน แต่กลับบอกว่าตาย 1 คน มาครั้งนี้ได้ไปนำ นปก.โดยมีตำรวจนำหน้ามาตีเราที่สะพานมัฆวานฯ แล้วมากล่าวหาว่าเราเป็นอันธพาล ซึ่งคนที่อันธพาลนั้นคือนายสมัคร และคนที่เขียนบทความแบบนี้คือ อันธพาลในคราบสื่อ

นายสมศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมามีนายขรรชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) ได้ไปมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการจะมาเจอกันแบบนี้ต้องมีการนัดกัน ถ้าหากสื่อมวลชนประจบรัฐบาลแบบนี้จะเป็นกลางได้อย่างไร สื่อมวลชนคือสื่อเพื่อประชาชนไม่ใช่สื่อเพื่อรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าได้เรียกว่าสื่อมวลชน

"นายขรรชัย บุนปาน คนนี้สมัย รสช. เคยยืนกับสุจินดา คราประยูร ซึ่งขณะนั้นอยู่กับพวกเผด็จการ รสช. ซึ่งตอนนั้น ผมกับ พล.ต.จำลองได้ยืนอยู่ข้างประชาชน และยังยืนข้างประชาชนมาตลอด ดังนั้นการที่จะมากล่าวหาว่าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ซึ่งเกินความจริงจึงต้องออกมาโต้ตอบ ชี้แจงให้รู้ว่าเราก็มีสมองคิด ออกมาชี้แจงตอบโต้ได้ทุกประเด็น"นายสมศักดิ์กล่าว

ตอนท้ายนายสมศักดิ์กล่าวว่า พี่น้องต้องอย่ายินยอมและอย่าไปท้อถอย ตนเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คงคิดได้ คงไม่โหดร้ายอำมหิต ซึ่งตนเคยอ่านประวัติศาสตร์การเมืองในหลายประเทศไม่เคยมีเลวเท่ากับนักการเมืองในปัจจุบัน แต่มันจะเป็นเหมือนหนังเรื่องที่ฝ่ายพระเอกชนชนะตอนจะจบเมื่อใกล้รุ่งเช้า ฉะนั้นจงเชื่อมั่นในพลังของพี่น้องเอง และจงเชื่อว่าความจริงเป็นความจริง ขอให้ยืนหยัดอย่าได้หลงประเด็นเพราะพวกเราถือเรื่องสัจจะเป็นเรื่องใหญ่ และอยากให้คนอย่างเราเอาเยี่ยงอย่างพันท้ายนรสิงห์ที่ไม่กลัวความจริง เราต้องสู้ คนจริงมาหล่อหลอมกัน ไม่เท่าไรก็สู้คนชั่วได้ถ้าเราเป็นคนจริง เชื่อมั่นในคุณงามความดีจนกว่าชัยชนะทีละขั้นตอนจะคืบคลานเข้ามาหาเรา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 06:11 น.

โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

โผสุดท้าย "ครม.สมชาย" - "พ่อใหญ่จิ๋ว"รองนายกฯ "เหลิม"คุมหมอ




เปิดโผสุดท้าย "ครม.สมชาย" นายกฯ นั่งควบ รมว.กลาโหม ด้าน"พ่อใหญ่จิ๋ว"โผล่นั่งรองนายกฯ พร้อม"โอฬาร ไชยประวัติ" ส่วน"เป็ดเหลิม"กลับมาคุมกระทรวงหมอ "สมพงษ์"ว่าการต่างประเทศ "โกวิท"ไม่มีอะไร นั่ง มท.1 ตามเดิม "สุชาติ"นั่งคลัง "ไชยา"ยังว่าการพาณิชย์

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ล่าสุดการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ได้ลงตัวทุกตำแหน่งแล้ว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีรายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ดังนี้

นายกรัฐมนตรี

-นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

รองนายกรัฐมนตรี

- พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

-นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

-นายโอฬาร ไชยประวัติ

-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

-นายชวรัตน์ ชาญวีระกุล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

-สุขุมพงศ์ โง่นคำ

-นายสุพล ฟองงาม

กระทรวงกลาโหม

-นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงมหาดไทย

-พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการ

-นายประสงค์ โฆษิตานนท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

-นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงการคลัง

-นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ

-ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการ

-นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงพาณิชย์

-นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการ

-นายสงคราม เลิศจิตรไพโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

-พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงคมนาคม

-นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ

- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยว่าการ

-นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

-นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการ

-นายสมพัฒน์ แก้ววิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ

-นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

-นายมั่น พันธโนทัย รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

-นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

-นายอุดมเดช รัตนเสถียร รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการต่างประเทศ

-นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงยุติธรรม

-นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงสาธารณสุข

-ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการ

-นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

-นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงศึกษาธิการ

-นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

-นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงพลังงาน

- น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงแรงงาน

-นายอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงวัฒนธรรม

-นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงอุตสาหกรรม

-พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 06:09 น.


โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

วันพุธ, กันยายน 17, 2008

โปรดเกล้าฯ “สมชาย” เป็นนายกฯแล้ว


โปรดเกล้าฯ “สมชาย” เป็นนายกฯแล้ว ขณะที่บรรยากาศภายในบ้านว่าที่นายกฯคนใหม่ คึกคัก มีการเตรียมสถานที่รองรับพิธีรับพระบรมราชโองการฯ โดย ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน และบรรดาญาติสนิทเข้าร่วม

วันนี้ (18 ก.ย.) เวลา 17.29 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายร่างประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อทรงพิจารณาลงพระปรมาภิไธย และรับพระราชทานประกาศพระบรมราชโองการ เพื่ออัญเชิญไปดำเนินการต่อไป

ในโอกาสนี้ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน สังกัดพรรคพลังประชาชน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญนิติบัญญัติ มีมติเห็นชอบให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 222/92 หมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ ย่านแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้มีการเตรียมความพร้อมรอรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 26 โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองพิธีการ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เดินทางมาจัดเตรียมพื้นที่และโต๊ะพิธีการรับพระบรมราชโองการ

ส่วนบริเวณภายนอกมีการตั้งโต๊ะ เก้าอี้ไว้รอรับแขกที่จะมาร่วมแสดงความยินดีในช่วงเย็น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง เตรียมกำลังรักษาความปลอดภัย

ขณะที่ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยด้วยตัวเอง และกองกำลังเจ้าหน้าที่ทุ่งสองห้อง รวมแล้วกว่าร้อยนาย โดยจะใช้สโมสรของหมู่บ้านเป็นกองบัญชาการเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย และหลังจากนี้ จะมีการสลับสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัย ขณะที่นายสมชายได้แจ้งกับทางตำรวจว่า ไม่อยากให้มีการจัดกองกำลังตำรวจมารักษาความปลอดภัยมากนักรวมทั้งทหารจาก ร.1 พ.2 รอ.รักษพระองค์ จำนวนหนึ่งมาปรับภูมิทัศน์บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งหมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ เป็นหมู่บ้านของตระกูลวงศ์สวัสดิ์

เมื่อเวลา 13.15 น. นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เดินกลับถึงบ้านพัก โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่ว่าหลังจากนี้จะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีก โดยกล่าวแต่เพียงว่า ขอทำงานเป็นแม่บ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 14.15 น.นายเฉลิม วงศ์สวัสดิ์ พี่ชายของนายสมชาย และนางสุทธิลักษณ์ ศรสำราญ น้องสาวของนายสมชาย ได้นำภาพถ่ายในอดีตที่ถ่ายร่วมกับครอบครัวมาให้สื่อมวลชนได้ชม โดยนายเฉลิมได้เปิดเผยว่า นายสมชายชอบทานอาหารใต้ โดยเฉพาะคั่วกลิ้งหมูสับ แกงเหลือง และแกงไตปลา ทางครอบครัวจึงได้สั่งอาหารใต้จากกระทรวงยุติธรรม ที่นายสมชายได้รับประทานเป็นประจำสมัยที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มาต้อนรับแขกและผู้สื่อข่าวได้รับประทาน

ต่อมา เมื่อเวลา 16.00 น.นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคพลังประชาชน เพื่อเข้าพบนายสมชาย เพื่ออธิบายขั้นตอนในการรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งฯโดยนายสุรชัย ได้ปฎิเสธว่า ไม่ได้มารับรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ไปตรวจสอบคุณสมบัติ

จากนั้นในเวลา 16.30 น.นายสมชาย ได้เดินทางกลับเข้าบ้าน และเมื่อถามว่า ตื่นเต้นไหม นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ตื่นเต้น มีแต่ความเหนื่อย ซึ่งก็เหนื่อนอย่างมีความสุข ปิติยินดี ที่ไม่เหนื่อยเพราะไม่มีใครทำให้มีความทุกข์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2551 18:37 น.


โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

แย้มโผ ครม.“สมชาย1”-สายตรง “แม้ว”จัดกับมือ



เปิดโผ ครม.รัฐบาล “น้องเขย” สายตรง“พี่เมีย”จัดเองกับมือ ก่อนเสนอนายใหญ่เห็นชอบ กัน“ยี้ห้อย”ออกนอกวง คาด“สมพงษ์”ข้ามฟากนั่ง มท.1 “เป็ดเหลิม”คัมแบ๊กคั่ว รมว.ยธ. ส่วนกลาโหมนายกฯ ถ่างนั่งเอง ทาบ “ทนง-โอฬาร”นั่งคลัง ด้านกลุ่มเนวินลุ้นขึ้นชั้นว่าการคมนาคม “เจ๊แดง”ดันคนใกล้ชิดนั่งสำนักนายกฯ – เลขา นรม.

มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชนถึงความเคลื่อนไหวในการจัดครม.ในรัฐบาลที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า บุคคลที่มีส่วนร่วมในการจัดรายชื่อรัฐมนตรี มีนายสมชาย นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น โดยเมื่อทั้งหมดได้พิจารณาแล้วเสร็จก็จะนำรายชื่อต่างๆ รายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นขั้นตอนสุดท้าย

นอกจากนี้ยังพบว่า ในก่อนการวางตัวรัฐมนตรีในหลายตำแหน่งสำคัญ โดยนายสมชายได้มอบหมายให้อดีตแกนนำกลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 คน (บ้านเลขที่ 111) ซึ่งเป็นสายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ หลายคน อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายพงเทพ เทพกาญจนา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี นายภูมิธรรม เวชชยชัย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในครั้งนี้ นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมารบริหารพรรค หัวน้ากลุ่มเพื่อนเนวินไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดโผครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า สำหรับรายชื่อที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จะมี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คาดว่าจะถูกเปลี่ยนจาก รมว.อุตสาหกรรมมานั่นตำแหน่งรองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจเพียงตำแหน่งเดียว พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. และอดีต มท.1 คาดว่าจะรับตำแหน่งรองนายกฯ ดูแลด้านความมั่นคง ขณะที่อีกสองตำแหน่งที่เหลือซึ่งเป็นโควตาของพรรคร่วมนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะเปลี่ยนให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จากรมว.ยุติธรรม เป็นรมว.มหาดไทย ขณะที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ ส.ส.เลย โควตาจากกลุ่มอีสานพัฒนา คาดว่าจะเป็นรมช.มหาดไทย

ด้านกระทรวงยุติธรรม คาดว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะกลับมารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มอีสานพัฒนา จนทำให้ได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นรัฐมนตรีในครั้งนี้

ขณะที่ รมว.กลาโหม คาดว่านายสมชายจะควบตำแหน่งนี้ด้วย โดยคาดว่าพลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีตผบ.สส. ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในพรรค เป็นรมช.กลาโหม

ส่วน รมว.คลัง มีการทาบทามนายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง และนายโอฬาร ไชยประวัติ มาเป็นรมว.คลัง

กระทรวงศึกษาธิการ คาดว่าจะยังคงให้เป็นโควตากลุ่มภาคเหนือ คือ นายอนุสรน์ วงศวรรณ ซึ่งเดิมเป็น รมว.พัฒนาสังคม สลับมาเป็น รมว.ศึกษาธิการ โดยมีนายพงศกร อรรณนพพร ส.ส.กลุ่มเนวิน ยังคงเป็นรมช.ศึกษา รวมทั้งนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี โควตาของกลุ่มภาคกลาง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม จะยังคงเป็นรมช.ศึกษาธิการเช่นเดิม

โดยในส่วนของภาค กทม.คาดว่านายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.จะขึ้นเป็น รมว.พัฒนาสังคม ส่วนรมว.สาธารณสุข คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนโดยจะเป็นนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล นายทุนภาค กทม.อยู่ในตำแหน่งต่อ

กระทรวงวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะยังคงเป็นนายวุฒิพงษ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา โควตานายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรมว. ส่วนกระทรวงวัฒนธรรมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ กลุ่มขุนค้อนจะเป็นรมว.เช่นเดิม

ด้านกระทรวงคมนาคม ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาต่อรอง โดยทางกลุ่มเนวินเสนอชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งเดิมเป็นรมช.คมนาคม ขึ้นเป็น รมว.คมนาคม

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ในส่วนของนายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุพล ฟองงาม รมช.มหาดไทย มีแนวโน้มจะถูกปรับออกสูง เนื่องจากนายสมชายได้แจ้งกับคณะกรรมการบริหารพรรคถึงจุดยืนในการตั้ง ครม.ว่า จะคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและภาพลักษณ์ที่เหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายชื่อของบุคคลที่มีแนวโน้มสูงจะได้รับตำแหน่งใน ครม.นี้แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้รับตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกฯ คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ คนสนิทนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย นายศรีเมือง เจริญศิริ ส.ส.สัดส่วน โควตาสายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2551 20:51 น.

โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

“บิ๊กป๊อก” กำชับ ตร.ห้ามใช้อาวุธยึดหลักเจรจาผู้ชุมนุมพรุ่งนี้



ผบ.ทบ.จัดประชุมประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมทุกกลุ่ม กำชับ ตร.เจรจาเบื้องต้นย้ำต้องไม่มีอาวุธ และห้ามไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า ไม่ขอยุ่งเกี่ยวโผเก้าอี้กลาโหมถูกฝ่ายการเมืองล้วงลูก

วันนี้ (18 ก.ย.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มเพื่อประเมินสถานการณ์กรณีม็อบ นปช.จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้เจรจากับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม โดยจะต้องไม่เคลื่อนย้ายกำลังพล หากย้ายต้องไม่มีอาวุธ และต้องสกัดกั้นไม่ให้มีการเผชิญหน้า เพื่อป้งกันเหตุปะทะกัน หลีกเลี่ยงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น และเห็นว่าปัญหาประเทศที่เห็นไม่ตรงกัน หากมีการเจรจาเพื่อหาข้อยุติได้ก็ควรจะเร่งดำเนินการ

พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวในโอกาสครบรอบ 2 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.ในวันพรุ่งนี้ว่าจะต้องช่วยกันดูแลอนาคตให้บ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ส่วนผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมทางกองทัพคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

ส่วนกรณีปราสาทตาควายที่จังหวัดสุรินทร์ กำลังในพื้นที่ดูแลตามปกติ บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีทั้งสองประเทศ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2551 11:52 น.

โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

วันอังคาร, กันยายน 16, 2008

ปชป.แขวะ “สมชาย” ได้ดีเพราะบารมี “แม้ว”



ผู้ช่วยเลขาฯ ปชป.ชี้แผน พปช.ขู่พรรคเล็กยุบสภา เพื่อป้องกันสภาล่มภาค 2 มั่นใจ “สมชาย” นั่งนายกฯ รัฐบาลอยู่ไม่นาน แขวะได้ดีเพราะบารมี “แม้ว” แต่คนบ้านเกิดเมืองนอนไม่มีใครรู้จัก

วันนี้ (16 ก.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชาชน ระหว่างกลุ่มเพื่อนเนวิน กับกลุ่มผู้สนับสนุนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องการต่อรอง หรือเกมการเมืองภายในพรรค เพื่อช่วงชิงการนำภายในพรรคมากกว่า เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าบทบาทของกลุ่มอีสานพัฒนาไม่พอใจการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จึงออกมาเปิดโปงว่าคนใกล้ชิดรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท และมีกิ๊กเปิดร้านเสริมสวย 30 ร้าน นอกจากนี้ยังให้ติดตามเรื่องทุจริตกว่า 90 เรื่อง ในที่สุดก็ไม่สามารถเปิดโปงได้แม้แต่เรื่องเดียว ทั้งนี้ ตนไม่อยากจะให้ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชาชนเป็นเรื่องของการเล่นละครตบตาประชาชน เพราะในที่สุดต้องกลับมาจูบปากกันอีก เหมือนที่ผ่านมา

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการที่ยกเรื่องการยุบสภามาข่มขู่กันเองนั้น พรรคร่วมรัฐบาลไม่อยากให้มีการยุบสภา เพราะเมื่อยุบสภาแล้วพรรคเล็กๆ เหล่านี้ก็จะหายไปจากระบบการเมือง แกนนำพรรคพลังประชาชนจึงรู้จุดอ่อนว่านักการเมืองเหล่านี้ว่ากลัวการยุบสภาขึ้นสมอง จึงยกเหตุผลการยุบสภามาอ้างเพื่อให้นักการเมืองเหล่านี้ยอมสิโรราบต่อแกนนำพรรคพลังประชาชน เพราะถ้าหากพรรคพลังประชาชนต้องการให้มีการยุบสภาเพื่อล้างไพ่ใหม่ ทำไมไม่ถือโอกาสตอนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ให้ยุบสภา เพราะหากยุบสภาในขณะนั้นก็จะไม่มีข้อถกเถียงหรือสงสัยในประเด็นข้อกฎหมาย การที่แกนนำพรรคพลังประชาชนอ้างยุบสภา ตนไม่แน่ใจว่ากฎหมายจะเปิดช่องให้รัฐบาลรักษาการมีสิทธิยุบสภาได้หรือไม่ การยุบสภาก็เป็นพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลรักษาการจะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาก็ต้องมีการตีความข้อกฎหมายกันอีก

นายเทพไท กล่าวอีกว่า การที่นายสมชายได้รับการเสนอชื่อจากพรรคพลังประชาชนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนในฐานะ ส.ส.นครศรีธรรมราชและบ้านเกิดของนายสมชายก็อยู่ในเขตเลือกตั้งของตน จึงรู้สึกยินดีกับนายสมชาย แต่คนนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักนายสมชายดีพอ แต่รู้จักนายสมชายในฐานะเป็นน้องเขยของทักษิณมากกว่า เพิ่งรู้ว่านายสมชายเป็นคนนครศรีธรรมราช ก็เมื่อวันที่แต่งชุดขาวเป็นเจ้าพิธีบวงสรวงพระเจ้าตากที่วัดเขาขุนพนม และมีการนำข้าราชการตำรวจมายิงสลุต 21 นัด เพื่อสะเดาห์เคราะห์และแก้เคล็ดทางการเมืองให้ทักษิณที่เดินสายทำบุญ 99 วัด

“คนนครศรีธรรมราชก็ไม่รู้จัดตัวตนนายสมชายดีพอ ตลอดชีวิตก็กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดน้อยมาก ส่วนใหญ่รับราชการอยู่ภาคเหนือ และอาศัยบารมีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภรรยาของตนเอง จนได้ดิบได้ดีจนถึงทุกวันนี้ ถ้านายสมชายมีสายเลือดเป็นคนใต้และผูกพันกับแผ่นดินเกิดจริง เหตุใดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจึงไม่นำทีมพรรคพลังประชาชนลงสมัคร ส.ส.สัดส่วนในกลุ่มที่ 8 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง แต่กลับลงสมคัรในกลุ่มที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยาและพี่เขย” นายเทพไท กล่าว และว่า หากพรรคพลังประชาชนเลือกนายสมชายเป็นนายกฯ จริง เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นานเพราะกระแสสังคมไม่ยอมรับ และกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ประกาศจะต่อต้านเพราะเป็นการสืบทอดอำนาจยิ่งกว่านายสมัครเสียอีก การผลักดันนายสมชายเพื่อจะใช้สิทธิความเป็นคนในครอบครัวเดียวกันมาคุมอำนาจทางการเมือง หากรัฐบาลบริหารบ้านเมืองไปไม่รอดและยุบสภา จะฉวยโอกาสการเป็นนายกฯ คุมอำนาจรัฐเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องในสนามเลือกตั้งให้กลับมามีเสียงข้างมาจัดตั้งรัฐบาลอีกกครั้งหนึ่ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2551 19:27 น.

โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

“ณัฐวุฒิ” ปากแข็ง ยัน “สามเกลอ” ยอดฮิตไม่เชื่อ พนง.ช่อง 11 ฮือต้าน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
หนึ่งใน “สามเกลอหัวขวด” ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” ยืนยันรายการยอดนิยมคนทั้งบ้านทั้งเมืองติดกันงอมแงม ระบุ คนละเรื่องกับการก่อหวอดของพนักงานช่อง 11

วันนี้ (16 ก.ย.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่พนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ออกมาเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นช่อง 11 เช่นเดิม และมีการระบุว่า รายการความจริงวันนี้เป็นส่วนที่ทำให้ถูกโจมตี ทำให้เสียภาพลักษณ์ และทำงานได้ลำบาก ว่า จากการสอบถามการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นอัตราค่าตอบแทน ส่วนรายการความจริงวันนี้คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นการนำความจริงมาพูด และหากมีเรื่องใดที่ขัดต่อข้อกฎหมาย ผู้ร่วมรายการทั้ง 3 คน พร้อมที่จะรับผิดชอบ ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ของสถานี ขอให้พิจารณาจากความนิยมของสถานีมากกว่า แต่คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะสามารถไกล่เกลี่ยได้ในที่สุด

เมื่อตอนเช้าวันนี้ได้มีกลุ่มพนักงานของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นพนักงานในช่อง 11 เดิม ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินการของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้เสียใหม่ โดยให้เลิกเป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการของพนักงานเสียใหม่ อย่างไรก็ดีผลการเรียกร้องยังไม่ได้ข้อยุติ และฝ่ายพนักงานขู่ว่าหากยังไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะรวมตัวกดดันอีกครั้ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2551 16:56 น.


โดย..บุษยาและเพื่อนๆ