“สมศักดิ์”จวกบทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน”มั่วกล่าวหาการเมืองใหม่ล้มตั้งแต่ไม่ตั้งไข่ แถมป้ายสีละทิ้งมวลชน ซ้ำยกคำ“สมัคร”ทาสเผด็จการมาด่า ยันพันธมิตรฯ ชุมนุม 100 กว่าทำสำเร็จกว่า 40 เรื่อง โดยมีมวลชนเข้าร่วมมหาศาล หากทิ้งมวลชนคงเหลือแค่ 5 แกนนำอย่างโดดเดี่ยว ติง“ขรรชัย บุนปาน”มอบกระเช้าประจบ“สมชาย”จะเป็นสื่อของมวลชนได้อย่างไร
คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
วานนี้ (23 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า การก่อตัวของพี่น้องประชาชนที่ลุกขึ้นมาปฏิรูปการเมืองการปกครองไทยทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออนุชนรุ่นหลัง ฉะนั้นใครจะมาบอกว่าการเมืองใหม่เป็นไปไม่ได้ คนนั้นกำลังกล่าวความเท็จ เนื่องจากประวัติศาสตร์เพิ่งผ่านพ้นไปได้เพียงไม่กี่วัน ที่รัฐบาลเผด็จการในระบอบทักษิณเสียง 377 เสียงจาก 500 เสียง ฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ หรือที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนีขนาดนั้น
"คนมีเงินเอาเงินไปซื้ออำนาจมาเป็นรัฐบาล เสียงมากมายครอบคลุมหมดทั้งทหารตำรวจมาเป็นพรรคพวกตัวเองทั้งนั้น แต่ไม่อาจต้านพลังแห่งคุณธรรมของพันธมิตรฯได้ จึงต้องถอยร่นแตกแบบไม่เป็นกระบวน และตอนนี้คดีต่างๆ กำลังจะถูกพิจารณา อย่างวันที่ 21 ต.ค.คดีของทักษิณจะถูกพิพากษาเป้นคดีแรก ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นเราก็จะอยู่สู้ต่อไป เพื่อต่อสู้ยึดทรัพย์ที่โกงไปกลับมาเป็นของแผ่นดิน ถ้าหนีได้หนีไป"นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า นี่คือการเมืองใหม่ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกนี้ นี่คือความเจริญก้าวหน้าของปวงชนชาวไทยทุกคนที่มีส่วนร่วม เกิดปรากฎการณ์ช่วยเหลือกันอย่างกว้างใหญ่ไพศาล บริจาคทั้งทรัพย์สินต่อสู้จำนวนนับแสนล้าน นี่คือการเมืองใหม่โดยประชาชนเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
"ถ้าพวกเราไม่เคารพ ไม่เชื่อใจ ไม่รับฟังพี่น้องประชาชนก็จะไม่มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มากมายที่สุดในประวัติศาสตร์ มีคนมาชุมนุมยาวนานและมากที่สุด มากกว่า 14 ตุลา มากกว่าพฤษภาทมิฬ ที่กล้าพูดเพราะเคยอยู่มาทุกเหตุการณ์ และไม่เคยเอียงอยู่ฝ่ายเผด็จการไม่ว่าครั้งใดทั้งสิ้น"นายสมศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ จึงอยากให้พี่น้องมั่นใจ เชื่อใจว่าในสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตลอด อย่าไปวิตกกังวลเมื่ออันธพาลเป็นรัฐบาลที่มาคอยกล่าวหา รังแก เพราะความจริงก็คือความจริง อย่าวิตกและไปทุกข์ร้อนกับมัน รัฐบาลคือกบฏที่ละเมิดรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มากล่าวหาเรา ซึ่งจะไปกลัวทำไมในเมื่อไม่เป็นความจริง จึงอยากให้พี่น้องเชื่อมั่น และไม่ต้องหวังพึ่งใครให้พึ่งพลังของเรา สามัคคีกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวชัยชนะจะต้องปรากฏอย่างแน่นอน
"ชัยชนะมีได้ 2 อย่าง คือ 1. สิ่งที่ทำนั้นจะต้องถูกต้องเป็นธรรมและบริสุทธิ์ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง 2. จะต้องร่วมมือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีกฎเกณฑ์สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีคือพลังและธรรมะต้องชนะอธรรม เมื่อมีพลังและธรรมะก็จะต้องชนะอธรรมอย่างแน่นอน อย่าสับสนและสงสัยว่าจะแพ้หรือชนะ เพราะทุกครั้งที่ต่อสู้ไม่เคยพบกับคำว่าแพ้"นายสมศักดิ์กล่าว
หลังจากนั้นนายสมศักดิ์ได้ตอบโต้หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 23 ก.ย.หน้า 11 ที่ได้วิเคราะห์การเมืองโดยตั้งหัวข้อว่า “หักดิบการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่” โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเราเคารพสื่อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์มาเราเคารพ แต่อย่างนี้เหมือนดูถูกว่า การเมืองใหม่ล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ โดยที่ทำมานั้นตนเคยบอกแล้วว่ามีความสำเร็จทั้งรายเล็กรายย่อยกว่า 40 ประเด็น แล้วความสำเร็จที่ผ่านมานั้นจะมาหาว่าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ได้อย่างไร ความจริงเราไข่นานแล้ว ตนนั้นชอบวิชาปรัชญาเพราะว่าด้วยเรื่องเหตุและผล เมื่อเรานำวิชานี้ไปจับกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์จะจับคนเท็จได้ตลอด รวมถึงคนโกหก ลำเอียง มีมายาได้ทันที
โดยในบทความนี้ มีการวิพาษ์วิจารณ์ถึงสูตร 70 ต่อ 30 หาว่าเป็นสูตรโควตาอ้อย ทั้งที่พวกเราเคยชี้แจงตลอดว่าเป็นความเห็นของแกนนำบางคนหรือผู้ประสานงานที่เสนอ เพื่อให้เกิดประเด็นถกเถียงกัน ให้เกิดการมีส่วนร่วม เป็นกลยุทธ์ ซึ่งถ้าไม่โยนอะไรออกมาคนก็ไม่เถียง อันนี้เช่นกันเป็นการโยนขึ้นไปเพื่อระดมความเห็นเข้ามา เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายเกิดมาจากสิ่งเล็กเสมอ เห็นได้จากพระพุทธเจ้าเริ่มมาจากองค์เดียว ความคิดที่ฉลาดอย่างกาลิเลโอก็คิดมาจากคนเดียว แต่หลังจากคิดแล้วก็ได้ปล่อยให้หลายคนพิสูจน์ความจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ เมื่อข้อสรุปที่เป็นจริงเกิดขึ้นก็จะเกิดการยอมรับกับคนทั่วไป
"นักปรัชญามักเริ่มต้นแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น อันนี้เช่นเดียวกันเริ่มต้นด้วย 70:30 แต่กลับมาบอกว่าเป็นละทิ้งมวลชน แล้วที่พี่น้องมารวมตัวด้วยความสมัครใจเป็นจำนวนมากแบบนี้จะละทิ้งมวลชนตรงไหน เราขาดเหลืออะไรก็ช่วยกันบริจาคมาให้ ถ้าละทิ้งมวลชนคงเหลือแค่ 5 แกนนำ และนี่คือความจริงชัดๆ เป็นความจริงที่ปรากฏ เห็นรูปเห็นภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องโต้แย้งให้เห็นว่ามันไม่ใช่"นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนดีใจที่ได้มาอยู่ท่ามกลางพี่น้องที่มีแต่น้ำใจ เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามาขับไล่รัฐบาลชั่วอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทความได้มีการบอกต่อว่าพันธมิตรเป็นอันธพาลการเมืองเหมือนกับที่สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวหาเรา คนเขียนบทความนี้เหมือนจะโง่ ซึ่งความจริงนายสมัครนั้นอยู่ฝ่ายเผด็จการมาตลอดตั้งแต่ สมัย 6 ตุลาก็เป็นคนปลุกระดมให้นักศึกษาเข่นฆ่ากันตาย 43 คน แต่กลับบอกว่าตาย 1 คน มาครั้งนี้ได้ไปนำ นปก.โดยมีตำรวจนำหน้ามาตีเราที่สะพานมัฆวานฯ แล้วมากล่าวหาว่าเราเป็นอันธพาล ซึ่งคนที่อันธพาลนั้นคือนายสมัคร และคนที่เขียนบทความแบบนี้คือ อันธพาลในคราบสื่อ
นายสมศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมามีนายขรรชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) ได้ไปมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการจะมาเจอกันแบบนี้ต้องมีการนัดกัน ถ้าหากสื่อมวลชนประจบรัฐบาลแบบนี้จะเป็นกลางได้อย่างไร สื่อมวลชนคือสื่อเพื่อประชาชนไม่ใช่สื่อเพื่อรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าได้เรียกว่าสื่อมวลชน
"นายขรรชัย บุนปาน คนนี้สมัย รสช. เคยยืนกับสุจินดา คราประยูร ซึ่งขณะนั้นอยู่กับพวกเผด็จการ รสช. ซึ่งตอนนั้น ผมกับ พล.ต.จำลองได้ยืนอยู่ข้างประชาชน และยังยืนข้างประชาชนมาตลอด ดังนั้นการที่จะมากล่าวหาว่าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ซึ่งเกินความจริงจึงต้องออกมาโต้ตอบ ชี้แจงให้รู้ว่าเราก็มีสมองคิด ออกมาชี้แจงตอบโต้ได้ทุกประเด็น"นายสมศักดิ์กล่าว
ตอนท้ายนายสมศักดิ์กล่าวว่า พี่น้องต้องอย่ายินยอมและอย่าไปท้อถอย ตนเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คงคิดได้ คงไม่โหดร้ายอำมหิต ซึ่งตนเคยอ่านประวัติศาสตร์การเมืองในหลายประเทศไม่เคยมีเลวเท่ากับนักการเมืองในปัจจุบัน แต่มันจะเป็นเหมือนหนังเรื่องที่ฝ่ายพระเอกชนชนะตอนจะจบเมื่อใกล้รุ่งเช้า ฉะนั้นจงเชื่อมั่นในพลังของพี่น้องเอง และจงเชื่อว่าความจริงเป็นความจริง ขอให้ยืนหยัดอย่าได้หลงประเด็นเพราะพวกเราถือเรื่องสัจจะเป็นเรื่องใหญ่ และอยากให้คนอย่างเราเอาเยี่ยงอย่างพันท้ายนรสิงห์ที่ไม่กลัวความจริง เราต้องสู้ คนจริงมาหล่อหลอมกัน ไม่เท่าไรก็สู้คนชั่วได้ถ้าเราเป็นคนจริง เชื่อมั่นในคุณงามความดีจนกว่าชัยชนะทีละขั้นตอนจะคืบคลานเข้ามาหาเรา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 06:11 น.
โดย..บุษยาและเพื่อนๆ

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น